มูรินโญ่ทำสงครามนมกับ เอแดร์ซอนหลังพ่ายเรือใบ

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีปากเสียงกับ เอแดร์ซอน นายทวารแมนฯ ซิตี้ หลัง เรือใบสีฟ้า ฉลองในห้องแต่งตัวเสียงดัง ก่อนนายใหญ่ผีแดงโดนสาดน้ำและนม หลังบุกห้องพักทีมเยือน

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือแมนฯ  ยูไนเต็ด ทะเลาะกับ เอแดร์ซอน มือกาวแมนฯ ซิตี้ หลังเกมดาร์บี้แมตช์ ก่อนโค้ชโปรตุกีสโดนสาดด้วยน้ำและนม หลังบุกไปห้องทีมเยือน เพื่อเพื่อพูดคุยให้ทัพเรือใบสีฟ้าเบาเสียงลง ซึ่งนำมาสู่เหตุการณ์วุ่นวาย จนโค้ชชาวโปรตุเกสเลอะไปด้วยน้ำและนม หลังจากบุกไปห้องทีมเยือน เพื่อให้เพลาๆ เสียงฉลองกันลงหน่อย จนเหตุการณ์บานปลายวุ่นวายเพราะมีคนอื่นๆ มาร่วมวงด้วย เหตุการณ์นี้เชื่อว่าคนที่แจมเกิดขึ้นในอุโมงค์แคบๆ นอกห้องแต่งตัวทีมเยือน มากถึง 20 คน โดยข่าวบอกว่ามูรินโญ่ เปรอะไปด้วยน้ำและนม ส่วนฝั่ง ซิตี้ นั้น มิเกล อาร์เตต้า ที่มีแผลเลือดออกเหนือตา ก่อนที่เหตุจะระงับเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่สนามมายุติ

มูรินโญ่เดินไปห้องแต่งตัวของ ซิตี้ เพื่อขอให้ทีมเยือนเบาเสียงเฮกันหน่อย ก่อนมีปากเสียงกับ เอแดร์ซอน และเกิดความรุนแรงมากขึ้น ด้วยเสียงโหวกเหวก และเริ่มมีหลายคนมาร่วมด้วย โดยฝั่งยูไนเต็ด มีคนเห็น โรเมลู ลูกากู กองหน้าเบลเยียมและ ซิลวิโน่ ลอโร่ โค้ชผู้รักษาประตูร่วมพัวพัน

เป็นที่คาดว่า เหตุการณ์ครั้งเกิดขึ้นในอุโมงค์แคบๆ นอกห้องแต่งตัวทีมเยือน มีคนร่วมตะลุมบอนเกือบ 20 คน โดยมูรินโญ่ เละเทะไปด้วยน้ำและนม ส่วนฝั่ง ซิตี้ นั้น มิเกล อาร์เตต้า สตาฟฟ์โค้ช มีแผลเลือดออกเหนือตา กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่สนามมายุติเหตุการณ์ มีแหล่งข่าวเผยออกมาว่า มูรินโญ่เดินไปห้องแต่งตัวของ ซิตี้ เพื่อขอให้นักเตะทีมเยือนเบาเสียงเฮกันหน่อย แต่กลายเป็นว่าไปมีปากเสียงกับ เอแดร์ซอน จนสถานการณ์เลยเถิด มีเสียงโหวกเหวก และมีหลายคนมาร่วมแจม ซึ่งในฝั่งของ ยูไนเต็ด พยานบอกว่ามี โรเมลู ลูกากู กองหน้าเบลเยียม และ ซิลวิโน่ ลอโร่ โค้ชผู้รักษาประตู รวมอยู่ด้วย เชื่อว่ามีคนที่แจมกับเหตุการณ์ครั้งนี้ที่เกิดขึ้นในอุโมงค์แคบๆ นอกห้องแต่งตัวทีมเยือน มากถึง 20 คน โดยข่าวบอกว่ามูรินโญ่ เปรอะไปด้วยน้ำและนม ส่วนฝั่ง ซิตี้ นั้น มิเกล อาร์เตต้า ที่มีแผลเลือดออกเหนือตา ก่อนที่เหตุจะระงับเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่สนามมายุติ   เหตุการณ์นี้คล้ายกับปี 2004 ในศึก แบทเทิ่ล ออฟ บุฟเฟต์ ที่ เชส ฟาเบรกาส ปาพิซซ่ามั่วซั่วไปโดน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หลังเกมที่ ยูไนเต็ด ชนะ อาร์เซน่อล 2-0 สิ้นสุดสถิติไร้พ่าย 49 นัดของ “เดอะ กันเนอร์ส” ส่วนเกมนี้ก็เป็นการแพ้ในบ้านครั้งแรกรอบ 40 นัดของ มูรินโญ่ กับ ยูไนเต็ด

ชนาธิป สรงกระสินธ์

ชนาธิป สรงกระสินธ์ หรือชื่อเล่น เจ เป็นนักฟุตบอลของทีมชาติไทยซึ่งมีฝีมือในการเล่นได้โดดเด่นและสามารถทำประตูให้กับทีมอย่างดีเยี่ยมด้วยความที่มีรูปร่างที่เล็กกว่านักเตะในทีมเดียวกันแต่เขาสามารถช่วยพาทีมติดท็อปฟอร์มจากการแข่งขันฟุตบอลไทยในลีกต่างๆ จนได้รับฉายาว่า เมสซี่เจ และได้รับการยอมรับว่าเป็นนักเตะอายุไม่เกิน 23 ปีที่ทำสถิติการยิงเข้าประตูมากที่สุด ปัจจุบัน เจ ชนาธิป เป็นนักเตะในสังกัด เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และลงเล่นร่วมกับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ซึ่งเป็นทีมจากลีกฟุตบอลของญี่ปุ่น โดยเป็นสัญญายืมตัว 1 ปีครึ่ง

เจ ชนาธิป เริ่มมีชื่อเสียงจากการลงแข่งขันฟุตบอลลีก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 ซึ่งลงแข่งในฐานะทีมชาติไทยชุดใหญ่และสามารถพาทีมคว้าแชมป์ใน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 และ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในฐานะนักเตะที่อายุน้อยที่สุด ซึ่งทำให้เขามีชื่อเสียงโด่งดังมาก นอกจากนี้ยังเป็นตัวแทนทีมชาติไทยในการแข่งขันฟุตบอลในกีฬา ซีเกมส์ 2013 ที่ประเทศเมียร์มาร์ และซีเกมส์ 2015 ที่สิงคโปร์ และพาทีมคว้าเหรียญทองมาได้ ซึ่งการลงเล่นของเขานั้น ด้วยความที่รูปร่างเล็กมีทักษะการเล่นฟุตบอลได้อย่างเหนือชั้นรวมถึงความว่องไว และปราดเปรียวของเขาทำให้เขาได้รับฉายาว่า เมสซี่เจ และเป็นนักเตะคนสำคัญของฟุตบอลทีมชาติไทยอีกคนหนึ่งด้วย ด้วยความสามารถยอดเยี่ยมทำให้ เจ ได้รับโอกาสในการแข่งขันฟุตบอลเจลีก ของญี่ปุ่น โดยทีม คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ได้ขอยืมตัว เจ มาร่วมเล่นในทีมอีกด้วย

บ็อบบี้ ชาร์ลตัน

    บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ถือเป็นนักฟุตบอลชาวอังกฤษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเลยนะครับ และเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลประวัติศาสตร์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอีกด้วย แถม บ็อบบี้ ชาร์ลตัน นั้นก็ยังเป็นหนึ่งคนที่รอดชีวิตจากเหตุเครื่องบินตกที่มิวนิค ประเทศเยอรมัน อีกด้วยนั้นเอง โดยเจ้าตัวนั้นก็สามารถที่จะสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ ได้เป็นอย่างดีเลยนะครับ และยังมีฟอร์มการเล่นในตลอดระยะเวลา 90 นาทีอีกด้วย

บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ก็ถือได้ว่าเป็นนักฟุตบอลที่มีทักษะการทำประตูที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก แถมในเกมรุกของเจ้าตัวนั้นก็ยังสามารถทำได้ดีอีกด้วยนั่นเอง โดยได้กวาดรางวัลต่างๆ มาอย่างมากมายเลยนะครับ โดยเจ้าตัวนั้นก็ได้เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพที่สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และที่สำคัญนั้นเจ้าตัวก็เกือบที่จะสามารถทำลายสถิตคว้าดับเบิลแชมป์ได้ ถ้าหากไม่แพ้โบลตันในศึก เอฟเอคัพในปี 1957 นั่นเอง โดยนอกจากนี้นั้น บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ก็ยังสามารถที่จะนำพาทีมไปคว้าแชมป์ต่างๆ ได้อย่างมากมายเลยนะครับ และก็ยังลงเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมากถึง 606 นัดและยิงไปได้มากสุด 199 ประตูนั่นเอง โดยผลงานของเจ้าตัวนั้นก็ได้ไปผิดหวังในศึกฟุตบอลโลก เมื่อปี 1962 ที่ต้องตกรอบพ่ายแพ้ไปให้กับบราซิลนั่นเอง แต่หลังจากนั้น เจ้าตัวก็สามารถที่จะนำพาทีมชาติอังกฤษคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้สำเร็จในปี 1966 และเจ้าตัวก็ยังสามารถที่จะคว้ารางวัล บัลลงดอร์ในปีเดียวกันได้อีกด้วยนั่นเอง  โดยปัจจุบันนั้นเจ้าตัวก็ไม่ได้หายตัวไปไหนนะครับก็ยังคงดำรงตำแหน่งผู้บริหารของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอยู่นั่นเอง

ซีเนดีน ซีดาน

  สุดยอดนักเตะของทางประเทศฝรั่งเศส ถ้าหากใครไม่รู้จัก ซีเนดีน ซีดาน นั้นก็ถือว่าบ้านนอกสุดๆ เลยนะครับ เพราะ ซีเนดีน ซีดาน นั้นก็เป็นสุดยอดเทคนิคที่มีความแพรวพราวพลิ้วไหวที่สุดคนหนึ่งของโลก โดยมีทักษะการครองบอล การทำประตู การเปิดเกมรุก ซึ่งทำได้ดีเป็นอย่างมากนั่นเอง แถม ซีเนดีน ซีดาน  นั้นก็ยังเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของทีมชาติฝรั่งเศสในยุคนั้นอีกด้วยนั่นเอง

ซีดาน ก็เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพเมื่ออายุ 17 ปี และก็สามารถที่จะติดทีมชาติครั้งแรกเมื่ออายุเพียงแค่ 22 ปีเท่านั้น และเมื่อติดทีมชาติเจ้าตัวก็ได้มีโอกาสที่จะย้ายไปร่วมเล่นกับทีมยูเวนตุส จนสามารถที่จะทำให้ยูเวนตุสในตอนนั้นสามารถที่จะคว้าแชมป์ได้สำเร็จนั่นเอง เจ้าตัวก็ยังมีผลงานต่างๆ ที่ได้สร้างไว้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการที่จะคว้าแชมป์โลก โดยในตอนนั้น ก็สามารถที่จะโหม่งประตูย้ำชัยชนะบราซิลไปได้ 3-0 และ ซีเนดีน ซีดาน นั้นก็ยังได้รับรางวัลบัลลงดอร์ในปีนั้นอีกด้วยนั่นเอง และผลงานดีเกินคาดขนาดนั้นก็เลยทำให้ เรอัล มาดริด หรือราชันชุดขาวนั้นได้ทุ่มเม็ดเงินจำนวน 60 ล้านปอนด์ ถึงแม้ว่าค่าตัวจะแพงขนาดไหนเจ้าตัวก็สามารถที่จะตอบแทนสโสสรได้ดีเป็นอย่างมากเลยนะครับโดยการที่สามารถนำพาทีมนั้นคว้าแชมป์เปี้ยนส์ลีกได้นั่นเอง และหลังจากนั้นเป็นต้นมาในช่วงปี 2006 เจ้าตัวนั้นก็ได้ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลอย่างเป็นทางการ สาหตุนั้นก็น่าจะมาจากที่เจ้าตัวได้ไปโขก มาเตรัซซี่ ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกนั้นเลยทำให้การปิดฉากอำลาวงการของเจ้าตัวนั้นไม่ค่อยน่าจดจำสักเท่าไรนั่นเอง

โยฮัน ครัฟฟ์

  โยฮัน ครัฟฟ์  ถือเป็นสุดยอดนักเตะทีมอัศวินสีส้ม หรือ เนเธอร์แลนด์  ซึ่งเป็นนักเตะที่มีลีลาการเล่นที่สง่างามเป็นอย่างมาก เลยทำให้เจ้าตัวนั้นได้รับฉายาว่า “นักเตะเทวดา” โดยเจ้าตัวนั้นก็เกิดในเมืองอัมสเตอร์ดัม โดยบ้านเกิดของ โยฮัน ครัฟฟ์ ก็อยู่ห่างจากสโมสรเพียงแค่ไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้นเอง แถมพ่อและแม่ของเจ้าตัวนั้นก็ยังคงทำงานในสโมสรแห่งนี้อีกด้วย

โดยโยฮัน ครัฟฟ์ ก็ได้เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพครั้งแรกเมื่ออายุ 17 ปี กับสโมสรอาแจ็กซ์ โดยในตอนนั้นสโมสร อาแจ็กซ์ ก็ถือเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จที่สุดของโลกเลยนะครับ และด้วยทักษะการเล่นของ โยฮัน ครัฟฟ์ ก็สามารถที่จะมีทักษะการเล่นที่รวดเร็ว และสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก โดยการเล่นของ โยฮัน ครัฟฟ์ ก็สามารถที่จะนำชัยชนะมาให้กับทีมอาแจ็กซ์และทีมชาติเนเธอร์แลนด์ได้ในหลายๆ ครั้งอีกด้วย ซึ่งผลงานในสนามการแข่งขันของ โยฮัน ครัฟฟ์ ก็ยังเป็นที่ประจักษ์ของแฟนบอลทั่วโลกอย่างเห็นได้ชัดเลยนะครับ แถมยังสามารถที่จะคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมตั้งแต่อายุ 18 ปีอีกด้วย และเท่านั้นยังไม่พอ ก็ยังทำให้สโมสรสามารถที่จะคว้าแชมป์ยุโรปได้อีกด้วยนั่นเอง หลังจากที่เจ้าตัวนั้นประสบความสำเร็จในการเป็นนักฟุตบอลแล้วนั้น ก็ยังผันตัวไปเป็นผู้จัดการทีม และก็ยังบริหารทีมระดับโลกอย่าง อาแจ็กซ์ และบาร์เซโลน่าอีกด้วย และในตอนนี้เจ้าตัวก็เป็นผู้จัดการที่ดูแลทีม คาตาโลเนีย สโสสรฟุตบอลของประเทศสเปนนั่นเอง เอาเป็นว่า โยฮัน ครัฟฟ์ ก็ถือเป็นนักเตะที่สุดยอดและสร้างสรรค์ผลงานได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

เลโอเนล เมสซี่

   ถ้าหากไม่พูดถึงนักฟุตบอลที่มากฝีเท้าอย่าง เลโอเนล เมสซี่ ก็คงไม่ได้นะครับ เพราะในตอนนี้ ยุคนี้ ก็ถือเป็นนักเตะที่มีฝีเท้าที่ดีที่สุดในโลกอีกด้วย โดยเจ้าตัวนั้นก็ได้โลดแล่นการเล่นฟุตบอลของทีมบาร์เซโลน่า โดยความสำเร็จของเมสซี่นั้นก็ทำให้เจ้าตัวได้รับรางวัลมากมายเป็นอย่างมาก แถมยังเป็นนักเตะซุปตาร์ที่หลายๆ คนก็หลงรักไปอีกด้วย

หนทางชีวิตในการค้าแข้งของ เลโอเนล เมสซี่ นั้นก็เหมือนกับฟ้าประทานมาให้เลยนะครับ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้มีโอกาสที่จะได้ไปเล่นฟุตบอลในรูปแบบฝึกหัดของอาร์เจนติน่า ในตอนนี้เจ้าตัวก็มีความผิดปรกติ เลยทำให้จำเป็นต้องฉีดฮอร์โมนเพื่อที่จะเร่งความเจริญเติบโตของร่างกาย แต่ตอนนี้นทางบ้านก็ไม่ค่อยมีเงิน เลยทำให้บาร์เซโลน่ามองเห็นแววของนักเตะคนนี้เลยทำให้โชคดี ได้รับการฝึกฝนจนทำให้ เลโอเนล เมสซี่ ได้เก่งจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง แถมการที่เมสซี่ตัวเตี้ยนั้นทางด้านสโมสรก็ได้ออกค่ารักษาให้เลยทำให้ปัจจุบันนี้เมสซี่มีความสูงถึง 170 เซนติเมตรนั่นเอง ถือได้ว่าบาร์เซโลน่า ก็ได้ปั่นนักเตะที่มีความสามารถที่เป็นเลิศมาประดับไว้ในทีมได้สำเร็จนะครับ โดยถือได้ว่าเป็นนักเตะที่มีความหมายกับทีมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะลงเล่นในเกมไหนก็ตามต่า เมสซี่ ก็จะสามารถที่จะทำผลงานได้ดีเป็นอย่างมากนั่นเอง โดยจุดเด่นของเมสซี่นั้นก็เป็นการที่จู่โจมในลูกโด่ง ถึงแม้ว่าตัวเค้าจะเตี้ยซึ่งก็ไม่ใช่อุปสรรค์ แถมเจ้าตัวก็ยังทำผลงานได้ดีอีกด้วยนั่นเอง

ชุดขาวฟอร์มแจ่ม เปิดรังอัด โซเซียดาด 3-0

    ราชันชุดขาว ก็สามารถที่จะเก็บสามแต้มในเกมนี้ได้อย่างสำเร็จนะครับ ซึ่งก็เปิดบ้านสามารถเอาชนะ เรอัล โซเซียดาด ไปได้ 3-0 ซึ่งก็สามารถที่จะเป็นจ่าฝูงต่อไปแถมยังทิ้งคะแนนห่าง บาร์เซโลน่ามากถึง 4 แต้มด้วยกัน แถมยังแข่งน้อยกว่า 1 นัดอีก ซึ่งโอกาสในการคว้าแชมป์ก็มีอยู่มากเช่นกัน

            เปิดเกมนี้มาได้เพียงแค่ 16 นาทีเท่านั้น ทางด้าน โซเซียดาด ทีมเยือนก็สามารถที่จะมีโอกาสทำประตูไปก่อนนะครับ โดยลูกนี้ก็พลาดไปอย่างน่าเสียดาย แต่แล้วดูเหมือนในช่วงแรกๆ ทางด้าน ทีมเยือนนั้นก็ยังมีโอกาสที่จะบุกอยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งในนาทีที่ 38 นั้นทางด้าน ราชันชุดขาวก็มีโอกาสที่จะทำประตูขึ้นนำไปได้เสียก่อนนะครับ โดยลูกนี้นั้น โควาซิซ ก็ได้วิ่งเข้ามาก่อนที่จะซัดด้วยขวาแล้วยัดเข้าประตูไปอย่างสวยงาม และเกมครึ่งแรกก็ดูเหมือนจะจบลงทางด้านทีมเยือนก็เกือบจะได้บวกเพิ่มอีกลูกแล้วนะครับ โดยลูกนี้นั้นบอลดันหลุดเสาสองออกไปอย่างน่าเสียดาย จบเกมครึ่งแรกเจ้าบ้านนำไปก่อน 1-0  แต่แล้วเกมครึ่งหลังนั้นทางด้าน เรอัล มาดริด ก็มาได้ประตูบวกเพิ่มอีกสองลูกด้วยกันนะครับ โดยทางด้าน โรนัลโด้ และ โมราต้า เป็นผู้ทำประตูไปนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นเกมนี้เจ้าบ้านก็สามารถที่จะเอาชนะไปได้ 3-0 ถึงแม้ว่าราชันชุดขาวจะเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คนเท่านั้นแต่ฟอร์มการเล่นก็ยังดุเดือดเป็นอย่างมากนั่นเอง จบเกม เรอัล มาดริด เอชนะ เรอัล โซเซียดาด ไปได้ 3-0 ขึ้นเป็นจ่าฝูงได้อีกครั้งนั่นเอง

จะทันไหม เชลซีเตรียมยืมตัว โจนาธาน เบียเบียนี ก่อนปิดตลาดคืนนี้

    ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดตลาดลงนั้นก็มีหลายๆ ทีมที่ให้ความสนใจที่จะล่าตัวนักเตะที่มีฟอร์มดีๆ เข้ามาเสริมทีมกันอยู่เรื่อยๆ นะครับ โดยล่าสุดนั้นทางด้าน เชลซีก็หลังที่จะล่าตัวในรูปแบบขอยืมตัวนักเตะคนเก่งของอินเตอร์ มิลานอย่าง โจนาธาน เบียเบียนี ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าการที่จะขอยืมตัวในครั้งนี้จะทันในช่วงปิดตลาดซื้อขายนักเตะในคืนนี้หรือไม่

            โดยทาง คอนเต้ ผู้จัดการทีมของเชลซี นั้น ก็กำลังที่จะเตรียมที่จะหานักเตะมาเสริมกองทัพให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นอีกนะครับ โดยตอนนี้ก็กำลังที่จะโฟกัสไปที่ นักเตะของอินเตอร์ มิลาน อย่าง โจนาธาน เบียเบียนี มาร่วมทีมนั้นเอง ซึ่งก็ไม่รู้นะครับว่าการล่าตัวในครั้งนี้นั้นจะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้นเพราะว่าในวันนี้ก็จะเป็นวันสุดท้ายที่ปิดตลาดซื้อขายนักเตะ แล้วนะครับ โดยตอนนี้แผนการเล่นของเชลซีนั้นโดยรวมก็ดีอยู่แล้ว แต่ก็อยากจะหานักเตะที่มีคุณภาพมาเข้าร่วมทีมอยู่เรื่อยๆ นะครับเพื่อที่จะได้เป็นหนึ่ง เป็นทีมเต็งของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษนั่นเอง โดยฟอร์มการเล่นของ โจนาธาน เบียเบียนี ก็เพิ่งจะลงเล่นให้กับงูใหญ่ไปเพียงแค่ 2 เกมเท่านั้นแต่ด้วยฟอร์มการเล่นแล้ว ก็การันตีได้แหละครับว่าจะสามารถที่จะพัฒนาและช่วยเชลซีได้เป็นอย่างดีแน่นอน แต่เจ้าตัวก็ดูเหมือนจะมีปัญหาทางด้านสุขภาพ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเชลซีนะครับเพราะด้วยฟอร์มเก่งยังไงก็จะสามารถที่จะเล่นได้ดีแน่นอน

คล็อปป์ยอมรับหงส์ต้องหาแข้งใหม่เสริมทีม

    ฟอร์มการเล่นในตอนนี้ของลิเวอร์พูลนั้นก็ต้องยอมรับนะครับว่ายังไม่สามารถที่จะทำผลงานได้ดีเหมือนช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมานะครับ โดยล่าสุดทางด้าน คล็อปป์ นั้นก็ได้ออกมายอมรับแล้วนะครับว่าในตอนนี้ ทีมลิเวอร์พูลจำเป็นอย่างมากที่จะต้องหานักเตะแข้งใหม่ๆ มาเข้าร่วมทีม เพื่อที่จะได้มีฟอร์มการเล่นที่ดีต่อไปนั่นเอง

            เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมของลิเวอร์พูล นั้นก็ได้ออกมายอมรับนะครับว่าในตอนนี้ทางด้านลิเวอร์พูลก็จำเป็นอย่างมากที่จะต้องหานักเตะแข้งใหม่มาเข้าร่วมทัพ ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดตลาดลงในช่วงนี้ นับตั้งแต่เปิด คศ ใหม่มานั้นฟอร์มการเล่นของลิเวอร์พูลก็ย่ำแย่อย่างเห็นได้ชัดเลยนะครับ ซึ่งยังไม่สามารถที่จะเล่นได้ดีเหมือนแต่ก่อน โดยในตอนนี้ตลาดซื้อขายนักเตะก็กำลังจะปิดลงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ ซึ่งจะเห็นได้ชัดเลยนะครับอย่างที่บอกก่อนหน้านี้ไว้ว่า ฟอร์มการเล่นของลิเวอร์พูลก็ย่ำแย่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะล่าสุดเกมในบ้าน 3 นัดล่าสุดที่ผ่านมานั้นก็ได้แพ้ไปทุกนัดเลยนะครับทำให้ตอกย่ำเข้าไปอีกว่าฟอร์มการเล่นในตอนนี้ย่ำแย่เป็นอย่างมากนั่นเอง เอาเป็นว่าในตอนนี้เวลาการซื้อขายนักเตะในช่วงนี้ก็ใกล้จะหมดเวลาลงแล้วนะครับ ซึ่งลิเวอร์พูลก็ต้องเร่งที่จะหานักเตะมาเสริมทีมให้ได้โดยด่วน เพื่อที่จะได้มีฟอร์มการเล่นที่ดีกลับมาได้เหมือนเดิม ในตอนนี้ ลิเวอร์พูลจะต้องพยายามที่จะพัฒนาฟอร์ม ประคองเกมให้ดีที่สุดนะครับ ถึงแม้ว่าจะล้มเหลวงอีกกี่ครั้ง ก็จะต้องลุกขึ้นสู้ให้จนถึงที่สุด เพื่อที่จะได้มีโอกาสในการคว้าแชมป์ลีกมาให้ได้นั่นเอง

เกือบตาย !! หงส์แดงเปิดบ้านเจ๊าสิงห์บลูส์ 1-1

    จบไปแล้วนะครับกับการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก คู่ระหว่าง ลิเวอร์พูล ที่เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี นั้น ซึ่งในเกมนี้นั้นทางด้านหงส์แดงก็เกือบที่จะพลาดแบ่งแต้มไปแล้วนะครับเพราะในช่วงแรกนั้นทางด้านลิเวอร์พูลก็สามารถที่จะทำประตูขึ้นนำไปได้เสียก่อนนะครับแต่สุดท้ายทางด้าน คอสต้า ก็มาพลาดจุดโทษ เลยทำให้เกมนี้เจ๊ากันไปนั่นเอง

            เกมนี้ทางด้านลิเวอร์พูลก็เกือบที่จะทำประตูออกนำไปได้ก่อนนะครับ เมื่อทางด้าน คูตินโญ่นั้น ก็ไหลบอลให้กับ ไวจ์นัลคุม ก่อนที่จะซัดเต็มข้อ แต่ผู้รักษาประตูนั้นก็สามารถที่จะเซฟไว้ได้ทัน ทำให้ลิเวอร์พูลพลาดลูกนี้ไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งทางด้านเชลซีนั้นก็มีโอกาสอยู่บ้างนะครับ แต่สุดท้ายก็สามารถที่จะจบสกอร์ได้ในนาทีที่ 25 ทางด้านเชลซี ก็สามารถที่จะยิงประตูขึ้นนำไปได้ก่อนนะครับ 1-0 โดยลูกนี้ ดาวิด ลุยซ์ ก็ซัดลูกฟรีคิกก่อนที่จะข้ามกำแพงเข้ากรอบไปอย่างสวยงาม มิโญเล่ต์ ยืนตาลายทำอะไรไม่ได้เลย หลังจากที่โดนขึ้นนำไปแล้วนั้นทางด้านลิเวอร์พูลก็เร่งเครื่องที่จะตีเสมอให้ได้นะครับ แต่สุดท้ายก็พยายามแล้วก็ทำไม่ได้ ทำให้จบครึ่งแรกเชลซีขึ้นนำไปก่อน 1-0 ซึ่งในเกมครึ่งหลังนั้นทางด้านลิเวอร์พูลก็เข้าบุกกันอย่างต่อเนื่องอีกครั้งแล้วนะครับ แต่ฟีร์มีโน่ นั้นก็มีโอกาสแต่ทำพลาดไปอย่างน่าเสียดาย แต่สุดท้ายในนาทีที่ 58 ทางด้านลิเวอร์พูลก็สามารถที่จะเร่งเครื่องได้สำเร็จนะครับ โดยทางด้าน ไวจ์นัลคุม ก็ได้โขกบอลจ่อๆ ก่อนที่จะตุงเข้าตาข่ายทำให้ลูกนี้เข้ากรอบไปอย่างสวยงามเสมอกันอยู่ 1-1 โดยในนาทีที่ 76 นั้นทางด้านเชลซีก็ได้จุดโทษนะครับ แต่คอสต้า ก็พลาดที่จะสังหารลูกนี้ไปอย่างน่าเสียดาย เพราะ มิโญเล่ต์นั้นก็ล้มตัวเซฟไว้ได้ทัน จบเกมลิเวอร์พูลเปิดบ้านเสมอเชลซี 1-1